3.4.2025
บทบาทของกล้องสำรวจในการประเมินความเสียหายหลังแผ่นดินไหว

แผ่นดินไหวเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่ควบคุมได้คือ “การเตรียมรับมือ” และ “การตรวจสอบหลังเกิดเหตุ” การมีข้อมูลจากกล้องสำรวจมาช่วยในการประเมินความเสียหาย ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยตัดสินใจเรื่องความปลอดภัยของอาคารได้อย่างรอบคอบ ช่างสำรวจไม่ใช่แค่คนที่วัดที่ดิน แต่คือคนที่มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างก่อนที่มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ – และนั่นคือสิ่งที่ช่วยชีวิตคนได้จริง ๆ

บทบาทของกล้องสำรวจในการประเมินความเสียหายหลังแผ่นดินไหว

บทบาทของกล้องสำรวจในการประเมินความเสียหายหลังแผ่นดินไหว

ทุกครั้งที่เกิดแผ่นดินไหว ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ สิ่งที่ตามมาคือความกังวลต่อ “ความปลอดภัยของอาคาร” ที่เราใช้งานอยู่ ความเสียหายบางอย่างมองเห็นได้ชัด เช่น ผนังร้าว กระจกแตก หรือฝ้าหลุด แต่หลายกรณีกลับซ่อนอยู่ในโครงสร้างลึกภายใน โดยเฉพาะการเอียง การทรุด หรือการเปลี่ยนตำแหน่งที่ตาเปล่าไม่สามารถจับได้ทันที

ในกระบวนการตรวจสอบอาคารหลังแผ่นดินไหว หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายคือ กล้องสำรวจ (Total Station) เพราะสามารถช่วยวัดความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างได้อย่างแม่นยำ และให้ข้อมูลเชิงปริมาณที่นำไปใช้ตัดสินใจเรื่องความปลอดภัย และแนวทางการซ่อมแซมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำไมต้องรีบประเมินอาคารหลังแผ่นดินไหว?

แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น แต่ส่งผลกระทบยาวนาน ความเสียหายของอาคารบางครั้งไม่ปรากฏชัดในทันที แต่ค่อย ๆ แสดงออกมา เช่น การแตกร้าวภายในโครงสร้าง การทรุดตัว หรือการเอียงที่ตาเปล่ามองไม่เห็น

การประเมินโครงสร้างหลังแผ่นดินไหวจึงไม่ใช่แค่เรื่อง “ซ่อมแซม” แต่คือเรื่องของ “ความปลอดภัยในอนาคต” โดยเฉพาะในอาคารที่มีคนใช้งานจำนวนมาก เช่น คอนโด โรงเรียน โรงพยาบาล หรือสำนักงาน

กล้องสำรวจคืออะไร และช่วยอะไรได้บ้าง?

กล้องสำรวจคืออะไร และช่วยอะไรได้บ้าง?

กล้องสำรวจ (Total Station) คืออุปกรณ์ที่ใช้วัดระยะ มุม และพิกัดของจุดต่าง ๆ บนพื้นที่จริง ด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร ช่างสำรวจใช้กล้องนี้เพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งต่าง ๆ บนตัวอาคาร และเปรียบเทียบกับค่าที่ควรจะเป็นก่อนเกิดเหตุ

หลังแผ่นดินไหว กล้องสำรวจมีบทบาทหลักใน 3 เรื่อง:

1. ตรวจสอบการเอียงหรือทรุดของอาคาร

บางครั้งอาคารจะเอียงหรือทรุดตัวเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว การใช้กล้องสำรวจวัดพิกัดหลายจุดรอบตัวอาคาร สามารถบอกได้ชัดเจนว่ามีการเคลื่อนหรือไม่ ถ้าเอียงมากเกินค่ามาตรฐาน ก็ต้องรีบเสริมโครงสร้างหรือหาทางแก้ไขทันที

2. ตรวจสอบรอยร้าว รอยแยก

กล้องสำรวจสามารถใช้ร่วมกับการตีตำแหน่งรอยร้าว เพื่อดูว่าร้าวในแนวไหน กินพื้นที่มากแค่ไหน แล้วนำมาวิเคราะห์ว่ารอยร้าวนั้นเกิดจากแรงเฉือน แรงดึง หรือแรงอัด จุดไหนคือจุดวิกฤตที่ควรให้วิศวกรโครงสร้างเข้าตรวจซ้ำโดยละเอียด

3. จัดทำแผนที่ความเสียหาย (Damage Map)

หลังเก็บข้อมูลจากกล้องสำรวจ สามารถนำมาสร้างเป็นแบบจำลอง หรือแผนที่ความเสียหาย ซึ่งช่วยให้ทีมวิศวกร วางแผนซ่อมแซมได้ถูกจุด ประหยัดเวลาและงบประมาณกว่าการซ่อมแบบเหวี่ยงแห

ตัวอย่างงานจริงที่ช่างสำรวจมักเจอหลังแผ่นดินไหว

หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวปีนี้ อาคารสูงในกรุงเทพฯ บางแห่งมีรายงานรอยร้าวบริเวณเสา คาน และพื้นประเภท Flat Slab ซึ่งไม่มีคานรับภาระใต้พื้น ส่งผลให้ต้องระวังเป็นพิเศษ

ในจุดนี้ ขอยกบทความจากทางเราเองที่อธิบายเกี่ยวกับโครงสร้าง Flat Slab ว่าคืออะไร และมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ไว้ให้ศึกษาประกอบ จะเห็นว่าการออกแบบแบบนี้แม้จะมีความยืดหยุ่นในการใช้พื้นที่ แต่ก็ต้องควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างและตรวจสอบหลังเกิดแผ่นดินไหวอย่างละเอียดเช่นกัน

ข้อดีของการใช้กล้องสำรวจในการประเมินความเสียหาย

ข้อดีของการใช้กล้องสำรวจในการประเมินความเสียหาย

Summary *สรุป*

Subscribe to our newsletter

Stay up to date with our newest collections, latest deals and special offers! We announce new collection every three weeks so be sure to stay in touch to catch the hottest pieces for you.

Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.
Subscribe to our newsletter

Stay up to date with our newest collections, latest deals and special offers! We announce new collection every three weeks so be sure to stay in touch to catch the hottest pieces for you.

Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.