

ในการเชื่อมรอยต่อของโครงสร้างคอนกรีตเข้าด้วยกันนั้น ผู้อ่านหลาย ๆ ท่านน่าจะทราบกันว่าจะใช้เหล็กเป็นตัวเชื่อมคอนกรีตทั้งสองส่วน (ไม่ว่าจะเป็นเสา-คาน เสา-พื้น เป็นต้น) ในบางครั้งอาจจะใช้น้ำยาประสานคอนกรีตเป็นตัวช่วยด้วย แล้วโครงสร้างเหล็กรูปพรรณล่ะ? เราจะใช้อะไรเชื่อมเหล็กเหล่านั้น? คำตอบก็คือ โบลท์ (Bolt) หรือเรียกอีกอย่างว่า น็อตตัวผู้ นั่นเอง
แน่นอนว่าการยึดเหล็กสองชิ้นเข้าด้วยกันนั้น ถ้าจะใช้เพียงโบลท์อย่างเดียว โครงสร้างของเราคงพังแน่ เพราะฉะนั้นจึงต้องมี น็อต (Nut) หรือ น็อตตัวเมีย เข้ามาช่วยยึดโบลท์ไม่ให้โบลท์ขยับออกจากรูที่เจาะด้วยแรงของเหล็กทั้งสองชิ้นนั่นเอง นอกจากนี้ยังสามารถใช้แหวนรองน็อต (Washer) เสริมเข้าไปเพื่อช่วยในการรับแรงเสียดทานได้อีกด้วยนะ
การใช้โบลท์เป็นตัวยึดเหล็กทั้งสองชิ้นเข้าด้วยกันนั้น จะช่วยให้รอยต่อระหว่างเหล็กทั้งสองสามารถถ่ายแรงโดยมีโบลท์เป็นตัวกลางในการโอนถ่ายแรงได้ ดังนั้น โบลท์ที่ใช้ก็ต้องมีมาตรฐานรองรับ ซึ่งมาตรฐานที่นิยมสำหรับโบลท์ได้แก่ มาตรฐาน ASTM A325 หรือ A490 JIS หรือบางร้านค้าก็ยังมีโบลท์มาตรฐาน DIN จำหน่ายอยู่ด้วยนะ!
ในส่วนของการเลือกขนาดโบลท์ที่จะใช้ในการยึดวัสดุโครงสร้าง แน่นอนว่าต้องเป็นไปตามการคำนวณของวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตวิศวกรรมควบคุมภายในประเทศไทยเท่านั้นนะเออ หากไม่อยากให้เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิด เพราะส่วนมากโครงสร้างเหล็กมักจะเป็นชิ้นส่วนหลักของโครงสร้างเสมอ

ในไทยเราเองนั้นจะเรียกโบล์ทตามขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง (D) ของแท่งโบลท์ โดยจะจำหน่ายตั้งแต่ขนาด 10 มม. (1 ซม.) จนถึง 100 มม. (10 ซม.)
สุดท้ายนี้ ขอทิ้งท้ายไว้นิดนึงว่า หากเจ้าของโครงการหรือสถาปนิกผู้ออกแบบเหล็กที่จะใช้โครงสร้างเหล็กแล้ว สิ่งสำคัญไม่แพ้เจ้าโบล์ทและน็อตก็คือการทาสีกันไฟและสีกันสนิมให้โครงสร้างเหล็กด้วย เพราะเหล็กเหล่านี้มักจะถูกสร้างให้แสดงลักษณะเด่นของเหล็กโดยไม่ต้องเทคอนกรีตทับ ทำให้เหล็กนั้นสัมผัสกับอากาศโดยตรง หากเกิดการขึ้นสนิมหรือเพลิงไหม้ อาจนำไปสู่ความเสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าได้
CST จำหน่ายเครื่องมือสำรวจ อุปกรณ์งานโยธา ครบวงจร พร้อมบริการหลังการขาย