
Superblock ของบาร์เซโลนา การออกแบบเมืองที่มีหัวใจอยู่ที่คน
Superblock หรือ Superilla คือแนวคิดในการปรับผังเมืองของบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยกำหนดให้ใน 1 Superblock มีบล็อกตึกขนาดปกติอยู่ 9 บล็อก และรถยนต์จะสามารถขับวนรอบถนนภายนอก Superblock ได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถขับตัดผ่านถนนภายใน Superblock ได้ ยกเว้นรถฉุกเฉินที่สามารถผ่านได้ ซึ่งเอื้อต่อการจำกัดการสัญจรของรถยนต์
โครงการนี้เริ่มขึ้นในช่วงปี 2010 โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานท้องถิ่นและองค์กรต่าง ๆ แนวคิดหลักคือการลดปริมาณรถยนต์ในพื้นที่เมือง เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการจราจรและมลพิษ อีกทั้งเพิ่มพื้นที่สาธารณะสำหรับคนเดินเท้าและจักรยาน ทำให้ประชาชนสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดีกว่าเดิม
Superblock ได้เริ่มทดลองใช้ในพื้นที่ต่าง ๆ ในบาร์เซโลน่า เช่น ย่าน El Born และ Poblenou ผลการทดลองคือมลพิษทางอากาศและเสียงลดลง คุณภาพชีวิตของประชาชนในย่านนั้นดีขึ้น จึงทำให้แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนและขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ของเมือง

ความแตกต่างระหว่าง Superblock กับ Block ธรรมดา
Superblock และ Block ธรรมดา แม้ขนาดของพื้นที่จะเท่ากัน แต่มีความแตกต่างที่ชัดเจนในด้านการวางผังเมือง การจัดการจราจร และการใช้พื้นที่สาธารณะ เพื่อที่จะให้เข้าใจได้ง่าย จะขอเปรียบเทียบกันแบบข้อต่อข้อ
- การจราจร
-Superblock จะจำกัดการสัญจรของรถยนต์ภายในพื้นที่ โดยรถยนต์จะถูกจำกัดให้สัญจรบนถนนหลักรอบนอกของ Superblock เท่านั้น ส่วนถนนภายในจะใช้เฉพาะคนเดินเท้าและจักรยาน
-Block ธรรมดา มีถนนที่สัญจรผ่านบล็อกทุกทิศทาง รถยนต์สามารถผ่านเข้าออกได้ทุกซอย ถนนภายในบล็อกไม่จำกัดการใช้งานเฉพาะเจาะจง ทำให้การจราจรภายในบล็อกมีความหนาแน่นและเกิดการจราจรติดขัด
- พื้นที่สาธารณะ
-พื้นที่ภายใน Superblock จะถูกปรับปรุงเป็นพื้นที่สาธารณะ เช่น สวนสาธารณะ ลานกิจกรรม และพื้นที่สีเขียว ซึ่งประชาชนสามารถใช้พักผ่อนและทำกิจกรรมได้อย่างปลอดภัย
-พื้นที่สาธารณะภายใน Block ธรรมดามีจำกัด เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นถนนและที่จอดรถ สวนสาธารณะและลานกิจกรรมอาจมีไม่เพียงพอหรืออยู่ในสภาพที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างดี ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้
- สิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต
-Superblock มีเป้าหมายในการลดมลพิษทางอากาศและเสียง ลดปริมาณรถยนต์ในพื้นที่เมือง และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับคนเดินเท้า
-Block ธรรมดามีรถยนต์จำนวนมากในพื้นที่ ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศและเสียง สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยกับคนเดินเท้าและจักรยาน และมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยมากขึ้น

ข้อดีและข้อเสียของ Superblock
ข้อดี
- การจัดการจราจรใหม่ ลดปริมาณรถยนต์ใน Superblock ทำให้ลดมลพิษทางอากาศและเสียง ส่งผลดีต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งเพิ่มความปลอดภัย ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางถนน ทำให้พื้นที่ภายใน Superblock ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับคนเดินเท้าและจักรยาน โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ
- เพิ่มพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สีเขียว เพื่อให้ประชาชนใช้พื้นที่ในการพักผ่อน ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมกลางแจ้ง สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชน ส่งเสริมความสัมพันธ์และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในชุมชน
- ส่งเสริมการเดินเท้าและการใช้จักรยาน การจำกัดการใช้รถยนต์และการออกแบบถนนภายใน Superblock ให้เหมาะสมกับคนเดินเท้าและจักรยาน ช่วยส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้การเดินเท้าและจักรยานมากขึ้น ซึ่งเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ข้อเสีย
- ร้านค้าที่พึ่งพาการสัญจรของรถยนต์อาจได้รับผลกระทบจากการลดการใช้รถยนต์ในพื้นที่ Superblock เนื่องจากลูกค้าที่ใช้รถยนต์อาจหายไป หรือมีความไม่สะดวกในการเข้าถึงร้านค้า
- ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงปรับปรุง Superblock ต้องใช้งบประมาณสูงในการปรับปรุงถนน การสร้างพื้นที่สาธารณะ และการจัดการระบบการจราจรใหม่ ซึ่งอาจเป็นภาระทางการเงินต่อหน่วยงานท้องถิ่น
- การปรับตัวของประชาชน การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสัญจรและการใช้พื้นที่สาธารณะอาจทำให้ประชาชนต้องใช้เวลาในการปรับตัว โดยเฉพาะผู้ที่เคยชินกับการใช้รถยนต์ในชีวิตประจำวัน
Summary *สรุป*
Superblock มุ่งเน้นสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับประชาชน ลดการพึ่งพารถยนต์ และเพิ่มพื้นที่สาธารณะ ในขณะที่ Block ธรรมดาจะมีปัญหาด้านการจราจรและมลพิษที่มากกว่า แม้ว่า Superblock จะมีข้อเสียบางอย่าง แต่ประโยชน์ที่ได้รับก็มีมากพอที่จะทำให้ Superblock เป็นแนวคิดที่น่าสนใจและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในเมืองอื่น ๆ ทั่วโลก แล้วคุณคิดว่า Superblock จะนำมาปรับใช้ในประเทศไทยได้ไหมคะ?
สนใจเครื่องมือสำรวจ?
CST จำหน่ายเครื่องมือสำรวจ อุปกรณ์งานโยธา ครบวงจร พร้อมบริการหลังการขาย
ดูสินค้าทั้งหมด