

จากบทความ “ถนนหนทาง สร้างกันอย่างไร Ver2” ในบทความนี้จึงจะขอสรุปคร่าว ๆ ว่า ในการเลือกว่าจะสร้างถนนแบบไหนนั้น ขึ้นอยู่กับการใช้งานของถนนเส้นนั้น ๆ ว่าจะเป็นถนนหลัก (เชื่อมระหว่างตัวเมือง) ถนนไฮย์เวย์ หรือถนนภายในหมู่บ้าน และการสำรวจและคาดการณ์ปริมาณจราจรล่วงหน้า ในประเทศไทยนั้นจะนิยมสร้างถนนราดยางมะตอยเสียส่วนใหญ่ เพราะก่อสร้างได้รวดเร็วและมีความยืดหยุ่นสูง
แต่ไม่ว่าจะเป็นถนนราดยางมะตอยหรือถนนคอนกรีต ล้วนแล้วแต่ก็ต้องก่อสร้างบนดินเดิมทั้งสิ้น ซึ่งหากดินเดิมเป็นดินแข็งที่รับน้ำหนักได้ดี ถนนที่สร้างด้านบนก็จะพลอยมีอายุการใช้งานที่นานขึ้น กลับกัน! หากเป็นดินอ่อนอย่างดินเหนียวแล้วล่ะก็ นั่นคือฝันร้ายของการก่อสร้าง! จึงเป็นเหตุผลว่าดินนั้นสำคัญไฉน ท่านผู้อ่านลองจินตนาการว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนหาดทราย เปรียบเทียบกับตอนที่ยืนอยู่บนดินเลนดูสิ ดินแบบไหนที่จะทำให้เท้าของผู้อ่านจมลงดินไปมากกว่ากัน?

จากภาพที่ 1 จะเห็นได้ว่าถนนพระราม 2 นั้นมีการวางตัวทอดยาวเกือบจะขนานไปกับทะเลอ่าวไทย โดยจะค่อย ๆ เข้าใกล้ทะเลอ่าวไทยมากขึ้นเมื่อระยะทางยิ่งห่างจากกรุงเทพฯ ก่อนจะกลับขึ้นฝั่งบกมากขึ้น และสิ้นสุดที่แยกวังมะนาวเพื่อเชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิทที่จังหวัดราชบุรีในที่สุด
จากข้อมูลเว็บไซต์แผนที่และสารสนเทศดิน กองสำรวจดินและวิจัยทรัพยากรดิน กรมพัฒนาที่ดิน ผู้เขียนได้ลองสุ่มดูข้อมูลดินของตำบลนาโคก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
พบว่าดินในส่วนนั้นเป็นดินเหนียวที่มีอินทรียวัตถุผสมอยู่* และไม่เหมาะสำหรับการก่อสร้าง แต่เมืองต้องพัฒนาต่อไป วิศวกรรมทางหลวง (Highway Engineering) จึงเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบก่อสร้างถนนพระราม 2 แห่งนี้!
(*อินทรียวัตถุหมายถึง ซากพืช ซากสัตว์ทุกชนิดที่กำลังสลายตัว ด้วยจุลินทรีย์ สารอินทรีย์ที่ได้จากการย่อยสลาย)
แต่ธรรมชาติก็ไม่เป็นใจ เนื่องจากน้ำทะเลหนุน ทำให้ปริมาณน้ำในดินไม่คงที่ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ “อบดินก่อนทดสอบไปทำไม?”) และยากต่อการหาคุณสมบัติที่แน่นอนของดินเพื่อนำไปออกแบบ เมื่อก่อสร้างถนนไปแล้วอาจจะทำให้ถนนของเราไม่เป็นไปตามที่ออกแบบไว้ บวกกับเพราะเป็นถนนสายหลักสู่ภาคใต้ที่มีปริมาณจราจรหนาแน่นทั้งจากรถโดยสารส่วนบุคคลและรถบรรทุก ทำให้ถนนยิ่งพังเร็วขึ้นอีก จนเกิดเป็นวงจรก่อสร้าง พัง ก่อสร้าง พัง จวบจนทุกวันนี้นี่เอง

ปัจจุบันการก่อสร้างถนนพระราม 2 อยู่ภายใต้การควบคุมของกรมทางหลวง (ทล.) ซึ่งขณะนี้กำลังก่อสร้างถนนยกระดับพร้อม ๆ กับซ่อมแซมถนนระดับพื้นอยู่ด้วย นักวิชาการด้านธรณีได้ให้ความเห็นว่าหากมีการเปิดใช้ถนนยกระดับ อาจจะช่วยให้การจราจรระบายดีขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้เสนอความเป็นไปได้ของรูปแบบคมนาคมอื่น ๆ เช่นกัน
จากทั้งหมดทั้งมวล หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ถนนพระราม 2 ยังก่อสร้างไม่เสร็จเสียทีก็คือดินที่มีปริมาณน้ำไม่คงที่นั่นเอง ประกอบกับการจราจรที่หนาแน่นที่ทำให้ถนนซึ่งยังก่อสร้างไม่เสร็จดีต้องซ่อมอยู่เรื่อย ๆ นักวิชาการด้านธรณีจึงได้ให้ความเห็นว่าการก่อสร้างทางยกระดับอาจช่วยให้ระบายปริมาณจราจรได้ดีขึ้น จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น CST เห็นว่าแม้การก่อสร้างทางยกระดับและซ่อมบำรุงถนนระดับพื้นไปพร้อม ๆ กันจะทำให้เกิดความยากลำบากแสนเข็ญของประชาชนผู้อยู่อาศัยและสัญจรไปมา แต่หากโครงการดังกล่าวนี้สำเร็จ อาจจะเป็นการพลิกวงการวิศวกรรมทางหลวงในไทยก็เป็นได้ หรือถ้าหากเลือกใช้ขนส่งทางรางเป็นอีกช่องทางคมนาคมหลักสู่ภาคใต้ ก็อาจจะเป็นอีกทางเลือกที่ดีก็ได้
CST จำหน่ายเครื่องมือสำรวจ อุปกรณ์งานโยธา ครบวงจร พร้อมบริการหลังการขาย