

แม้จะผ่านไปกว่า 3 พันปี แต่อารยธรรมโรมันนั้นยังทิ้งร่องรอยที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่เอาไว้ให้เราในปัจจุบันได้พบเห็น โดยเฉพาะด้านวิศวกรรม ทั้ง สะพานส่งน้ำ (Aqueduct) ที่สร้างไว้สำหรับส่งน้ำจากนอกเมืองเข้ามายังศูนย์กลางของจักรวรรดิโรมัน สะพาน (ฺBridge) ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้ความโค้ง (Arch) และหินหลักสำคัญ (Keystone) ในการก่อสร้าง และรวมไปถึง ถนนของโรมัน (Roman Roads) ที่ยังคงสภาพได้ดีมาจนถึงทุกวันนี้
หากเราตัดถนนโรมันตามแนวขวางจะพบว่าถนนถูกสร้างโดยมีชั้นวัสดุเรียงกันเป็นชั้น ๆ เหมือนถนนในปัจจุบัน โดยจะแบ่งเป็นชั้นต่าง ๆ ดังนี้
นอกจากนี้แล้ว ทั้งสองฝั่งของถนนโรมัน ยังมีรางระบายน้ำอีกด้วย เรียกได้ว่าถือเป็นต้นแบบของถนนในปัจจุบันก็ว่าได้

ถนนในประเทศไทยนั้น สามารถแบ่งตามวัสดุที่ใช้ก่อสร้างได้ 3 ประเภท คือ
ซึ่งจากภาพตัดถนนโรมัน จะเห็นได้ว่าถนนของทุกวันนี้ได้รับอิทธิพลมาจากถนนโรมันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการบดอัดดินเดิม การสร้างชั้นวัสดุเป็นชั้น ๆ สำหรับถ่ายแรง รวมถึงการสร้างรางระบายน้ำไว้ข้างทางด้วย
โดยความหนาของวัสดุในแต่ละชั้นนั้น สามารถคำนวณได้จากปริมาณจราจรและคุณสมบัติของชั้นดินเดิม โดยการคำนวณนี้จะถูกบรรจุอยู่ในวิชาวิศวกรรมทางหลวง (Highway engineering)
ที่พื้นผิว (Surface) ของถนนจะมีการทำความลาดเอียง (Slope) เอาไว้ เพื่อช่วยในการระบายน้ำที่อยู่บนพื้นผิวถนน เข้าสู่รางระบายน้ำ คลองระบายน้ำ หรือท่อระบายน้ำด้านข้างถนนอีกที
จากถนนยุคโรมัน มาสู่ปัจจุบัน แม้เวลาจะผ่านมาหลักพันปี แต่จะเห็นได้ว่าเราได้รับมรดกทางเทคนิคจากอารยธรรมในอดีตที่เป็นรากฐานให้กับการสร้างถนนในปัจจุบัน ไอเดียจากถนนของโรมันทำให้ถนนในทุกวันนี้รองรับน้ำหนักได้มากขึ้น ตั้งแต่รถเก๋ง กระบะ ไปจนถึงรถบรรทุกสินค้าหนักหลักตัน และเอื้อให้ยานพาหนะสัญจรบนถนนได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว แน่นอนว่าในอนาคตถนนจะยังถูกพัฒนาให้รองรับยวดยานรูปแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้น แต่ไม่ว่าถนนจะเปลี่ยนไปขนาดไหน รากฐานจากเทคนิคถนนโรมันก็จะยังคงเหลืออยู่แน่นอน
CST จำหน่ายเครื่องมือสำรวจ อุปกรณ์งานโยธา ครบวงจร พร้อมบริการหลังการขาย